Gloom_WiDow View my profile

[Fic][X-Men First Class] It's an accident...?

posted on 20 Jun 2011 00:41 by gloomwidow in Fanfic
   
ธีมใหม่ ไม่เห็นก็กระทืบ F5 แรงๆนะคะ!!
(บ้ามากขนาดพลีธีมบลอคเลยนะ = =" //มองตัวเองเหวงๆ..)
 
=========================

     [X-Man First Class Fan-Fiction]
     Title    : It's an accident...?
     Author    : Gloom_Widow
     Pairing    : Alex Summers (Havok) x Sean Cassidy (Banshee)
     Rate    : PG
     Warning : Yaoi [Boy's Love]
     Note    : เรื่องนี้มันเกิดมาจากการสนองนี๊ดของผู้เขียนโดยเฉพาะ! ถ้าใครชอบก็ขอให้อ่านให้สนุกนะคะ ^^ (เรื่องทั้งหมดมันจุดประกายขึ้นตอนที่อเล็กซ์กระโดดลงจากเรือแล้วฌอนบินไปช่วยค่ะ! ฮ่าๆๆๆ เท่านั้นจริงๆ! แต่คนส่วนใหญ่เค้าจิ้นแฮงค์กับอเล็กซ์กัน =w=”)
 
โฉมหน้าตัวละคร

 
  
 

ปล.คือจริงๆแล้วฌอนสูงกว่าอเล็กซ์นิดหน่อย แต่ในฟิคจะถือว่าตัวเล็กกว่านะคะ(เพิ่งสังเกตเห็นและขี้เกียจแก้ค่ะ!) เรื่องหน้าจะเอาความสูงจริงละ!!


=========================================


    “สวนสัตว์?” เสียงหวานของร่างบางบนโซฟาบุกำมะหยี่หรูหราราคาแพงเอ่ยถามเสียงสูงราวกับไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่ได้ยิน สองมือเล็กที่กำลังหมุนแก้วโคล่าเย็นเฉียบไปมานั้นชะงักกึก นัยน์ตาสีฟ้าใสมองคนถามอย่างประหลาดใจ


    “นาย.. กับฉันเหรอ?” ฌอนชี้นิ้วเรียวไปทางเด็กหนุ่มร่างสูงโปร่งอีกคนในห้อง ก่อนจะวกนิ้วกลับมาชี้หน้าตัวเอง


    “ก็...” อเล็กซ์ไหวไหล่เบาๆ “ถ้านายไม่อยากไปฉันก็ไม่บังคับหรอกนะ.. ฉันไปชวนแฮงค์ก็ได้..” คำพูดของร่างสูงทำเอาคนฟังขำพรืด ฌอนรู้ดีว่าเด็กหนุ่มตรงหน้าไม่ได้หมายความตามนั้นแต่อย่างใด เขาพยายามจินตนาการว่าหากอเล็กซ์ไปเที่ยวสวนสัตว์กับแฮงค์จริงๆแล้วมันอะไรจะเกิดขึ้น ไม่คนใดก็คนหนึ่งต้องโดนอีกฝ่ายโยนเข้าไปในกรงสิงโตแหงๆ


    “นายคิดว่านายจะไปกับหมอนั่นได้จริงเรอะ?” คนตัวเล็กกว่าว่าพร้อมรอยยิ้มขบขันบนใบหน้าตกกระ แก้วน้ำใบเดิมถูกวางลงบนโต๊ะเล็กข้างตัวก่อนที่เจ้าตัวจะหันมาเช็ดผมตัวเองซึ่งยังไม่แห้งดีเบาๆ

    “ไปน่ะไปด้วยกัน แต่ขากลับนี่ฉันไม่รู้” เด็กหนุ่มเอ่ยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะพลางเดินเข้าไปหยิบเครื่องดื่มสีเข้มของอีกคนมาดื่มด้วยท่าทีสบายๆแล้วนั่งลงบนโซฟาตัวเดียวกัน “สรุปนายจะไปมั๊ย? ถ้าไม่ชั้นจะได้เอาตั๋วไปให้คนอื่น หมดเขตพรุ่งนี้แล้วนะ” ดวงตาคู่คมมองร่างเล็กที่กำลังง่วนอยู่กับการขยี้ผมยุ่งๆของตัวเอง ก่อนใบหน้าหล่อเหลาจะคลี่ยิ้มบางๆ

    “ยิ้มอะไรหา?” ฌอนเอ่ยถามเมื่อเงยหน้าขึ้นมาเจอเพื่อนตัวเองยิ้มค้างอยู่อย่างนั้น แต่เมื่อคนถูกถามเพียงแค่ยักไหล่ไม่ใส่ใจจะตอบ เขาก็กลับไปจดจ่อกับการเช็ดผมตัวเองต่อ

    “ทำไมนายไม่ใช้ไดร์เป่าซะให้มันจบๆ แห้งเร็วกว่ากันตั้งเยอะ..” อเล็กซ์ถามขึ้นมาลอยๆ ไม่ได้สงสัยหรือใคร่รู้อะไรเป็นพิเศษ ร่างบางหาวปากกว้างจนน้ำตาไหลก่อนจะตอบน้ำเสียงงัวเงีย “ไม่เอา.. มันเสียงดัง”

    คิ้วเรียวสีบลอนด์ขมวดฉับทันทีที่ได้ยิน เขาจะไม่ประหลาดใจเลยหากคำตอบมันมาจากคนธรรมดาสามัญผู้ซึ่งไม่สามารถบินร่อนไปมาได้ราวกับจากนกอินทรีโดนอาศัยเพียงพลังเสียงโซนิคในการพยุงตัว เสียงที่หมอนี่ตะโกนนั้นก้องกังวานจนทำเขาหูแตกเอาได้ง่ายๆ แต่เจ้าตัวกลับบอกว่าไม่ชอบไดร์เป่าผมเพราะมันเสียงดังเนี่ยนะ?.. ช่างฟังดูเป็นเหตุและเป็นผลเสียจริง...

    “จะนั่งเหม่ออีกนานไหม? ฉันจะไปนอนแล้วนะ” ฌอนเอ่ยทักเพื่อนสนิทที่นิ่งไปกระทันหัน ร่างบางในเสื้อยืดตัวโคร่งกับกางเกงขาสั้นเสมอเข่ายืนรอเด็กหนุ่มรุ่นราวคราวเดียวกันอีกคนอยู่ที่ซุ้มประตูโค้ง จากนั้นจึงออกตัวเดินนำไปเมื่อเล็กซ์หยัดกายลุกขึ้น

    อเล็กซ์และเขาเลือกที่จะนอนห้องข้างกันเพราะทั้งโรงเรียนก็มีแค่พวกเขาที่เป็นเด็กผู้ชายวัยรุ่น กลางคืนเวลาจะดูบอลหรือหาคนคุยด้วยก็ไม่พ้นได้กันและกันเป็นเพื่อน แม้ว่าโดยมากแล้วอีกฝ่ายจะเป็นคนหอบผ้าหอบผ่อนมาหลับนอน เล่นเกม ดูหนังหรือแม้แต่กินขนมจุกจิกที่ห้องเขาก็ตามที ยังดีที่อย่างน้อยหมอนี่ก็ยังเอาสบู่แชมพูและเครื่องอาบน้ำของตัวเองมาด้วย เพราะเจ้าตัวชอบบ่นว่าแชมพูของเขากลิ่นเหมือนแชมพูผู้หญิง
 
    “ฉันว่านายไปบอกชาร์ลเลยเถอะว่าจะย้ายมาอยู่ห้องเดียวกับฉัน เขาจะได้จัดการห้องนายให้มันเป็นห้องพักแขกไปซะ ไม่ใช่ว่ามีเจ้าของแต่ดันทิ้งร้างเอาไว้ปลูกเห็ดแบบนี้” ฌอนตะโกนบอกเพื่อนสนิทจากในห้องน้ำ สองมือเล็กกำลังเรียงก้อนสบู่กลิ่นเบอร์รี่ที่ซื้อมาตั้งทิ้งไว้ได้พักใหญ่แล้วเข้าชั้นวางข้างอ่างล้างหน้า แต่แล้วใบหน้าหวานก็มู่ทู่ลงเล็กน้อยเมื่อไร้ซึ่งเสียงตอบรับใดๆจากปลายทาง ร่างบางเอนตัวออกมาดูก็พบว่าเด็กหนุ่มผมบลอนด์ที่ไม่ยอมขานตอบเขานั้นกำลังนั่งกดจอยสติ๊กในมืออย่างเมามัน โดยมีภาพซอมบี้ในจอทีวีขนาดไม่ใหญ่ไม่เล็กพากันล้มตายสนองความสะใจคนเล่นเป็นฉากหลัง

    ร่างเล็กถอนหายใจเฮือกก่อนจะโยนพลาสติกของแพ็คสบู่ทิ้งลงถังขยะแล้วเดินออกมาทิ้งตัวลงนั่ง “ตกลงจะไปรึเปล่า?” คนตัวสูงกว่าถามขึ้นโดยไม่หันมามอง

    “เอาสิ.. ยังไงก็ไม่มีอะไรทำอยู่แล้วนี่”

    “อืม..” เสียงทุ้มครางตอบรับในคอเบาๆแล้วหันกลับไปจดจ่อกับจอทีวีต่อ คนถูกทิ้งจึงทำได้เพียงนอนกลิ้งไปมาบนเตียงคิงไซส์ของตัวเองสลับกับการเชียร์เจ้าเด็กติดเกมอยู่เงียบๆ เวลาร่วมสามชั่วโมงนั้นวิ่งผ่านพวกเขาไปอย่างรวดเร็ว นาฬิกาตรงโถงทางเดินแว่วเสียงตีบอกเวลาตีสามครึ่งนั้นเรียกสติเด็กหนุ่มผมแดงให้กลับออกมาจากโลกของการยิง M-16 อัดหัวผีดิบตายซากได้สำเร็จ รวมทั้งทำให้เขาตระหนักได้ว่าหากอยากจะมีแรงเดินเที่ยวในวันพรุ่งนี้ก็ควรจะรีบไล่ทั้งตัวเองและเพื่อนอดีตนักโทษอีกคนข้างตัวไปนอนได้แล้ว

    “นี่ ฉันว่าได้เวลาไปนอนแล้วล่ะ.. พรุ่งนี้คงไม่สนุกแน่ๆถ้าพวกเราไปในสภาพอดหลับอดนอนน่ะ” ปากไม่ว่าเปล่า แขนเรียวยันตัวเองลุกขึ้นจากเตียงแล้วเดินไปคว้าจอยสติ๊กในมือร่างสูงมาม้วนเก็บ ก่อนจะถอดปลั๊กเครื่องเกมคอนโซลออกโดยไม่คิดจะใยดีตัวเอกในเกมซึ่งกำลังโดนเหล่าซอมบี้รุมทึ้งเนื่องจากผู้ควบคุมการเคลื่อนไหวถูกยึดอำนาจ “ฉันเล่นมาสามชั่วโมงนะนั่นน่ะ..” อเล็กซ์ว่าน้ำเสียงเหนื่อยหน่ายเมื่อตัวหนังสือ GAME OVER ปรากฏเด่นหราสง่าชัดขึ้นมา

    “พูดอย่างกับนี่เป็นสามชั่วโมงแรกที่นายเล่นเกมนี้อย่างนั้นล่ะ” เสียงหวานเอ่ยตอบกลั้วหัวเราะก่อนจะสอดตัวเข้าไปใต้ผ้านวมผืนหนาบนเตียงหรูหรานุ่มนิ่มพลางตบมือแปะๆลงที่พื้นฟูกข้างตัว ร่างสูงในเสื้อกล้ามกับกางเกงนอนขายาวมองร่างเล็กด้วยความฉงน “ถึงฉันจะไล่นายไปนอนโซฟาอย่างทุกที พอตอนเช้านายก็มานอนบนเตียงอยู่ดีไม่ใช่รึไง?” ฌอนพูดทั้งๆที่ไม่ได้ลืมตามองผู้ร่วมบทสนทนา ใบหน้าตกกระซุกลงกับผ้าห่มผืนยักษ์เนื่องจากอากาศเย็นกลางฤดูใบไม้ผลิ สิ่งสุดท้ายที่ร่างบางรู้สึกได้ก่อนจะผลอยหลับไปก็คือแรงยวบบนเตียงนุ่มตามน้ำหนักคนที่ก้าวขึ้นมา จากนั้นทุกสิ่งทุกอย่างก็มืดลง

    ===============================

    “อเล็กซ์! ตื่นได้แล้ว!” เสียงใสคุ้นหูดังทะลุความฝันอันลางเลือนของเขาเข้ามาพร้อมกันกับแสงเจิดจ้าที่สาดผ่านเปลือกตาจนต้องเบ้หน้า อเล็กซ์ไม่ใคร่จะชอบการตื่นมารับลมยามเช้าหรืออะไรทำนองนี้เท่าไรนัก โดยเฉพาะวันว่างที่ไม่มีการฝึกฝนอย่างวันนี้ คิดได้ดังนั้นมือหนาก็เอื้อมไปคว้าหมอนนุ่มนิ่มข้างตัวมาปิดหน้า

    หอม...

    นั่นคือสิ่งเดียวที่เขาคิดได้เมื่อสูดลมหายใจผ่านหมอนขนนกใบโปรดของเด็กหนุ่มอีกคนในห้อง แน่นอน เขาจำได้ดีว่ามันคือกลิ่นเดียวกันกับแชมพูที่ครั้งนึง เขาเคยดมจากขวดพลาสติกสีฟ้าใสในห้องอาบน้ำแล้วบ่นกับเจ้าตัวว่ามันกลิ่นเหมือนแชมพูผู้หญิง

    “ตื่นซี่!! จะไปสวนสัตว์ไม่ใช่เหรอ!? สิบเอ็ดโมงแล้วนะโว้ย!” เสียงๆเดิมยังคงดังขึ้นเจื้อยแจ้ว เขารู้สึกได้ถึงแรงเขย่าที่ไม่เบาจากมือของเด็กหนุ่ม จึงส่งเสียงจึ๊กจั๊กในลำคอด้วยความขัดอดขัดใจ

    “ไม่ตื่นชั้นจะแหกปากใส่หูนายจริงๆนะ!” คำขู่สุดท้ายได้ผลชะงักนักเมื่อร่างปราดเปรียวกำยำเด้งผึงลุกจากเตียงรวดเร็วอย่างกับโดนไฟลน ใบหน้าหล่อเหลาหงิกงอไม่สบอารมณ์มองไปยังเพื่อนตัวดีที่ยืนหัวเราะร่าอยู่ปลายเตียง ฌอนเลือกจะใส่เสื้อกล้ามสีขาวทับด้วยเสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อนแขนยาวที่พับทบจนถึงศอกกับกางเกงยีนส์ตัวเก่ง ใบหน้าหวานตกกระยิ้มกว้างกับชัยชนะของการปลุกคนขี้เซาตรงหน้าได้สำเร็จ

    “ไปเปลี่ยนเสื้อผ้าได้แล้ว”

    ฝ่ายคนเพิ่งตื่นทำได้เพียงเกาหัวแกรกๆแล้วลุกจากเตียงเดินเข้าห้องน้ำไปอย่างว่าง่าย เถียงไปก็ใช่ที่ โดนตะโกนใส่หูกลับมาล่ะตายพอดี...

    หลังจากล้างหน้าแปรงฟันเสร็จ ร่างสูงโปร่งก็ถอดเสื้อนอนตัวเองออกรวดเดียวหน้ากระจกอ่างล้างหน้าแล้วโยนมันลงตะกร้าผ้าที่ใกล้ล้นข้างประตู นัยน์ตาสีเทาจะไล้มองเรือนร่างท่อนบนของตัวเองอย่างเพ่งพินิจ มือหนาจับหน้าท้องที่เป็นสันกล้ามนูน บางทีเขาน่าจะหัดฟิตกล้ามมากกว่านี้

    “นายจะจับท้องตัวเองอีกนานมั๊ย? ถ้าหิวก็รีบเข้า จะได้ไปกินข้าวเช้ากัน..” ฌอนที่ยืนมองเขาจากประตูห้องน้ำเอ่ยขึ้น เขาจึงถือโอกาสถาม “นายว่ากล้ามหน้าท้องฉันน้อยไปรึเปล่า” ปากไม่ว่าเปล่า ร่างสูงหันไปหาผู้มาใหม่ให้มองเห็นชัดๆ

    ฌอนมองลำตัวที่ไม่ได้แกร่งกำยำล่ำราวกับชายอกสามศอก แต่ก็เต็มไปด้วยมัดกล้ามต่างกับเด็กหนุ่มวัยรุ่นทั่วไปอย่างทึ่งๆ ไม่รู้ว่าเพราะฮีทเตอร์ในห้องนั่นถูกเปิดร้อนไปหรืออย่างไร ร่างบางรู้สึกได้ถึงใบหน้าและลำคอที่ร้อนวาบราวกับมีกระแสไฟฟ้าแล่นผ่านกระทันหัน “อ่ะ..ฉันว่า..มันก็ดูดีแล้วนี่นา... ฉะ..ฉันไปที่ครัวก่อนนะ นายรีบตามมาแล้วกัน!” นัยน์ตาสีฟ้าเสหลบดวงตาคู่คมที่มองมาอย่างสงสัย ไม่รอให้อีกคนได้อ้าปากเอ่ยถามอะไรต่อ สองขาเรียวก็รีบพาตัวเองออกจากห้องพักทันที

    ฝ่ายคนที่ถูกทิ้งไว้ในห้องน้ำนั้นยังคงจับต้นชนปลายอะไรๆไม่ได้เลยสักอย่าง แต่แล้วเสียงท้องร้องก็เรียกสติเขากลับมา เด็กหนุ่มตระกูลซัมเมอร์สจึงจัดการเปลี่ยนเสื้อผ้าอย่างรวดเร็วเพื่อไม่ให้ใครอีกคนต้องหัวเสียกับการรอคอยไปมากกว่านี้..

    ==========================================

    ทางเข้าสวนสัตว์ในวันอาทิตย์นั้นเป็นไปอย่างที่เขาทั้งคู่คาดคิด ผู้คนเดินกันขวักไขว่ซึ่งโดยมากแล้วก็จะเป็นครอบครัวที่มีลูกเล็กเด็กแดงวิ่งกันวุ่น วัยรุ่นกลุ่มใหญ่ยืนออจอแจอยู่ที่ป้ายรถเมล์ลามมาจนเกือบถึงจุดขายตั๋ว ฌอนเดาเอาว่าเด็กพวกนี้คงมาทัศนศึกษากับโรงเรียนเพราะทุกคนดูจะตั้งใจฟังหญิงวัยกลางคนที่ยืนอยู่หน้าสุดพูดอะไรบางอย่างเหลือเกิน

    อเล็กซ์แทบจะเหวี่ยงวงแหวนพลังของตัวเองใส่ไอ้ยามบ้าที่มองพวกเขาสองคนด้วยสายตาสุดเคลือบแคลงสลับกันไปมาเมื่อเขายื่นตั๋วสวนสัตว์สองใบให้ นี่มันคิดว่าเขากับฌอนเป็นคู่เกย์ที่มาใช้เวลาวันหยุดแสนหวานด้วยการมาเดินดูสิงโตสองตัวอึ๊บกันแล้วต่อด้วยการเดินกุมมือโอบเอวเข้าไปจู๋จี๋จ้ำจี้ในอันเดอร์วอเตอร์เวิร์ลหรือไง!?

    หลังผ่านจุดขายตั๋วเข้ามาข้างในร่างสูงโปร่งก็ประจักษ์ว่าไอข้างหน้านั่นน่ะมันแค่ส่วนน้อย เพราะตอนนี้คาเฟ่มากมายวมทั้งร้านขายของที่ระลึกรอบตัวนั้นแน่นขนัดคลาคล่ำไปด้วยผู้คนทุกเพศทุกวัย เด็กตัวเล็กตัวน้อยพากันยืนต่อแถวยาวเหยียดรอถ่ายรูปกับมาสคอตเสือขาวตัวเบอเร่อหน้าน้ำพุหินอ่อนขนาดใหญ่ อเล็กซ์เบ้หน้าเมื่อเด็กประถมสี่ห้าคนวิ่งผ่านหน้าไปอย่างรวดเร็วจนหนึ่งในนั้นแทบจะชนเขาเข้า เพราะอยู่ในคุกคนเดียวมานาน การออกไปเผชิญฝูงชนจำนวนมากๆจึงทำให้เด็กหนุ่มรู้สึกไม่ค่อยสบายตัวเท่าไรนัก แต่ก็เดินตามร่างบางที่ดูจะร่าเริงกว่าไปเงียบๆ

    “นายอยากจะดูอะไรก่อน? สิงโต? หมีขาว?” ร่างสูงที่กำลังเดินไล่หลังเอ่ยถามด้วยเสียงทุ้มอันเป็นเอกลักษณ์พลางไล่นิ้วไปตามแผนที่สวนสัตว์

    “เดินไปเรื่อยๆก็ได้มั้ง...” คนถูกถามตอบโดยไม่หันมามอง นัยน์ตาสีฟ้าสวยกำลังเพ่งนกฟลามิงโก้อย่างสนใจใคร่รู้ มือเล็กยกกล้องถ่ายรูปขึ้นกดชัตเตอร์อย่างรวดเร็วเมื่อสิ่งมีชีวิตสองตัวหันหน้าเอาหัวชนกันเป็นรูปหัวใจ

    “เอางั้นเหรอ?... ”

    “นายอยากดูอะไรเป็นพิเศษรึไง?” ฌอนหันหน้ากลับมาถามเพื่อนสนิทที่ยังไม่ละสายตาจากกระดาษแผ่นใหญ่ ในใจนึกสงสัยว่าแผนที่สวนสัตว์มันจะมีอะไรน่าพิศวงงงงวยนักหนา อีกฝ่ายถึงได้ทำหน้ายุ่งมุ่นคิ้วจนแทบผูกเป็นโบว์เสียขนาดนั้น “ก็ไม่เชิงหรอก” คนตัวสูงกว่าตอบพลางไหวไหล นัยน์ตาสีขุ่นจับจ้องอยู่ ณ จุดเดิมบนแผ่นพับ

    “อันไหน?” เด็กหนุ่มผมน้ำตาลแดงเอ่ยถามแล้วเดินไปชะเง้อดูแผนที่สวนสัตว์

    “อันนี้ไง มันมีโชว์ปลาโลมาตอนบ่ายสาม...” นิ้วเรียวชี้ไปที่รูปสี่เหลี่ยมสีฟ้าอ่อนในกระดาษพลางเงยหน้าขึ้นแล้วหันไปข้างตัวหวังจะเรียกอีกคนมาดู เพราะไม่ทันได้รู้ตัวว่าร่างเล็กคู่สนทนานั้นเดินเข้ามายืนดูอยู่แล้วปลายจมูกโด่งจึงเฉียดโดนแก้มนิ่มอย่างไม่คาดคิด นัยน์ตาสีควันเบิกโพลงอย่างตื่นตระหนกก่อนจะรีบถอยห่างออกทันทีที่ได้สติ

    “ทะ..โทษที!” อเล็กซ์เอ่ยตะกุกตะกัก ก่อนจะขมวดคิ้วเครียดแต่เมื่อฉุกคิดขึ้นมาได้ว่า จะขอโทษไปทำพระแสงอะไรวะ?

    “อะ...อือ.. ชะ..ช่างมันเถอะ...” ฌอนตอบตะกุกตะกัก รู้สึกได้ถึงแก้มซ้ายขวาที่ร้อนวาบ แต่ก็พยายามจะไม่เก็บมันมาใส่ใจให้ว้าวุ่น มันก็แค่อุบัติเหตุ.. แต่ทำไมใจเขาถึงได้เต้นแรงขนาดนี้ล่ะ? มือซีดยกขึ้นกุมหน้าอกข้างซ้ายด้วยความตื่นตระหนก ปากสีชมพูสวยสบถเบาๆอย่างไม่เข้าใจตัวเอง

    และแล้วความเงียบที่ก่อกำเนิดขึ้นมาในเวลาชั่ววินาที ก็ขยายร่างแตกตัวเข้าปกคลุมพวกเขาทั้งคู่อย่างรวดเร็ว ไม่มีซุ่มเสียงใดๆเล็ดรอดออกมาจากปากของคนทั้งสอง ฌอนทำได้เพียงแค่แสร้งว่าตัวเองกำลังสนอกสนใจนกกระยางตัวเบ้งกระเดือกปลาลงคออย่างเอาเป็นเอาตาย ในขณะที่อเล็กซ์ก็กางแผนที่สวนสัตว์ขึ้นดูอีกรอบราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น และดูเหมือนเจ้าตัวดูจะไม่ได้สังเกตเลยว่ากระดาษในมือนั้นมันกลับหัวอยู่...


=============================================

ตัดจบแบบงงๆ.. ฮ่าๆๆๆ

มันไม่หวานง่ะ.. มันไม่หวานน!!! = [ ] =!!!!

ใครที่งงๆกับภาษาหรืออ่านไม่ค่อยรู้เรื่องก็ต้องขอโทษด้วยนะคะ
ณ จุดนี้ภาษาไทยกำลังห่วยเข้าขั้นมาก ไว้แกตัวเรื่องหน้า!

กำลังอยู่ในช่วง Havok X Banshee Fever!! =w=!!

ขอบคุณที่อ่านนะคะ!! และจะขอบคุณยิ่งๆขึ้นสำหรับคอมเมนท์ ^^

ขอบคุณค่าา!!!
 
 
================================
 
มาถึงช่วงไร้สาระ...  (อย่างกับว่าไอ้ข้างบนมันมีสาระ)
 
กำลังบ้าแบนซีเข้าขั้นมาก =w= ให้ถูกคือบ้านักแสดงค่ะ!!
คาเลบ แลนดรี โจนส์ (Calep Landry Jones)
ส่วนตัวเราคิดว่าไอ้หนุ่มนี่น่าฮักโฮกก!! ฮ่าๆๆๆ
ไม่ใช่นักแสดงหน้าใหม่ แต่ก็ไม่ได้ชื่อดังลั่นกระฉ่อนอะไรขนาดนั้น
(เล่นกลองเทพด้วยนะ)
 
ปลื้มพี่แกจาก X-Men First Class เลยไปหาดูว่าเคยแสดงเรื่องอะไรบ้าง
แล้วก็พบว่าพ่อหนุ่มคาเล็บเคยเล่น The Last Exorcism ด้วยค่ะ
ก็เลยไปโหลดมาดูทั้งๆที่ปกติมิเคยอาจหาญดูหนังผีคนเดียว
 
ผลสุดท้ายก็พบว่า.. คุ้มที่เสียเวลาโหลดด!!!
ผีสะพานโค้ง(?)มันไม่น่ากลัวอีกต่อไปเมื่อพี่ท่านโผล่เข้ามาในฉาก!
 
 
เห็นรอยยิ้มนี้แล้วขอเป็นลมหลายๆที...
 
 
เพ้อเจ้อจบละค่ะ.. =w="
 
ขอบคุณอีกรอบนะคะ!!!
 

Comment

Comment:

Tweet

เอร๊ยๆๆ คู่นี้ที่เราเฝ้าหามานาน  <span style="white-space: pre;"> </span>นึกว่าจะไม่มีคนแต่งซะแล้วนะนี่ ชอบฌอนมาตั้งแต่ในหนังเลยค่ะ แล้วก็คิดว่าเจ้าหนุ่มนี้ยังไงมันก็ต้องตกล่องปล่องชิ้นกับอเล็กซ์แหงมๆ!! (ถึงแม้ว่ากระแสเอล็กซ์/แฮงค์จะมาแรงแซงคลื่นเสียงก็ตามเถอะ ฮืออออออ)
รอลุ้นๆอยู่ค่ะว่าจะเป็นยังไงต่อไป // เกาะขอบจอเฝ้าติดตามอย่างเหนียวแน่น

#10 By Cassimers on 2012-06-14 17:40

น่ารักอ่ะท่าน ชวนไปสวนสัตว์ //เขิน*
ฌอน น่ารักอ่ะ ปากสวย~~~

#2 By ต่ายม่วง on 2011-06-20 20:21

อรั๊ยยยยยย อ่านแล้วแบนชีน่ารักอ่ะค่ะ ตอนดูในหนังนี่ก็ว่าหนุ่มน๊อยหนุ่มน้อย รังสีอุเคะจับมลังเมลืองมาก (แต่สารภาพว่าอเล็กซ์นี่ไม่ได้อยู่ในสายตาอิชั้นเลยทั้งเรื่องค่ะ ฮาา) แอบรู้สึกว่าน้องหนูแบนชีมาแนวแม่บีานแม่บ้าน แล้วอย่าได้คิดไปเถียงเชียว เพราะเรื่องมันจะไม่จบแค่โดนบ่นหูชา 555+

ปล. เห็นชื่อเอนทรี่ครั้งแรกนึกว่าจะเป็นคู่ เอริก/ชาร์ลส ล่ะค่ะ หุๆ เหตุผลที่ไม่ได้มองอเล็กซ์ก็เพราะมัวแต่นั่งจ้องเฮียเอริกอยู่นี่ล่ะค่า cry

#1 By Sarren on 2011-06-20 06:07